มนุษย์เราจำเป็นต้องทำงานหนักแค่ไหน เราทำงานไปเพื่ออะไร เพื่อหาเงิน เพื่อสร้างรายได้ให้ได้มากๆ เราอยากร่ำรวย อยากมั่งมี เพราะเรายังยากจนอยู่ เพราะเราไม่อยากยากจน เรายากจน ..... จริงหรือ
คนจนในโลกนี้มีอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรก คือ จนเพราะไม่มี หรือคนที่ขัดสนทรัพย์สิน เงินทอง ไม่มีเงิน ไม่มีทอง ไม่มีข้าวของ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือมีอยู่น้อย มีไม่เพียงพอ และการไม่มีนั้นเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต คนจนประเภทนี้ ยากจนเพราะไม่มี ถ้ามีความขยันหมั่นเพียร ตั้งใจประกอบสัมมาอาชีพ มีโอกาสร่ำรวยได้ไม่ยากเกินไปนัก หรืออาจจะเรียกว่าเป็น "คนจนชั่วคราว"
สำหรับคนจนประเภทที่สองเป็น "คนจนถาวร" ที่จนเพราะไม่พอ หรือคนที่มีทรัพย์สิน เงินทองมากมายแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้จักพอ ยังต้องการจะมีเพิ่มขึ้นอีก มากขึ้นอีกไม่มีที่สิ้นสุด จึงต้องวิ่งวุ่นไปในวังวนของกระแสสังคมบริโภคนิยมที่พาไป คนจนประเภทนี้ อาจจะเรียกได้ว่าเป็น เศรษฐียากจน หรือ เศรษฐีอนาถา ที่คงต้องยากจนต่อไป จนหมดลมหายใจ หรือในทางตรงข้าม เศรษฐียากจนอีกกลุ่มหนึ่ง คือ เศรษฐีที่ไม่รู้จักใช้เงินทองที่หามาได้ มุ่งทำงานหนัก และเก็บเงินไว้ไม่ยอมใช้จ่ายตามฐานะ แบบว่า...เข้าข่ายตระหนี่ และขี้เหนียว กะว่าจะเก็บเงินไว้เพื่อชีวิตที่ดีในบั้นปลาย จนลืมดูแลชีวิตในปัจจุบันให้ดีด้วย เรียกว่า ลำบากวันนี้ เพื่อจะสบายวันหน้าแต่ว่าไม่พอดี
จะว่าไปแล้วเศรษฐียากจนทั้งสองกลุ่มนี้ มีพฤติกรรมเหมือนกัน คือ จะทำงานหนักเพื่อหาเงินให้ได้มากๆ แม้ว่าวัตถุประสงค์จะต่างกันอยู่บ้าง แต่หากพิจารณาดูดีๆ เศรษฐียากจนทั้งสองกลุ่ม คงต้องทำงานหนักในปัจจุบัน เพื่อเก็บเงินไว้จ่ายค่ารักษาพยาบาล สุขภาพที่ชำรุดทรุดโทรมในอนาคตเป็นแน่แท้...!!
ตามหลักการในการวางแผนทางการเงินอย่างถูกต้องว่าไว้ว่า แผนการทางการเงินที่ดี จะต้องเป็นแผนการที่สร้างความสบายในวันนี้ เพื่อความสบายในวันหน้า รวมทั้ง ต้องสร้างสมดุลแห่งความสุขในชีวิตได้ ทั้งภายใน และภายนอก สุดท้ายขอฝากไปยังคุณพ่อ คุณแม่ในหลายๆ ครอบครัว และฝากถึงเศรษฐียากจนทุกคนว่า
....,,,,,,,,,, ฉันร่ำรวย ไม่ใช่เพราะฉันมั่งมี แต่เพราะฉันมีมากพอ....,,,,,,,,,,,,,
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น