นาย สิทธิพร ศรปัญญา (ซื่อเล่น : ออ) เกิดวันอังคารที่ 7 กันยายน 2519 เป็นลูกคนสุดท้องจากทั้งหมด 10 คน พออายุได้7 ขวบพ่อก็เสียชีวิต จำได้ว่าตอนเรียนอยู่ป.1 ตอนนั้นไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิด กลับดีใจเสียอีกที่จะได้ดูมหรสพ ชีวิตตอนเด็กจากเกิด ถึง 12 ขวบ ใช้ชีวิตอยู่ บ้านไพรพะยอม 117 หมู่ 8 ตำบลกล้วยกว้าง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัด ศรีสะเกษ
พี่น้องร่วมท้อง
1.นายสุนันท์ ศรปัญญา
2.นางสมสนิท ยงกุล
3.นางพิกุล ศรปัญญา
4.นางบุญสอน ดวงสิน
5.นางสมร เข็มทอง
6.นางสัจพร ศรปัญญา (ซื่อเดิม:บุญโฮม ศรปัญญา)
7.นางประพิมพ์พร ศรปัญญา (ซื่อเดิม:อรพิน ศรปัญญา)
8.นายอำนาจ ศรปัญญา
9.นางรมิตา ศรปัญญา (ซื่อเดิม:สุบิน ศรปัญญา)
10.นายสิทธิพร ศรปัญญา (ซื่อเดิม:อุบล ศรปัญญา)
สมรส
1.นส.ภัทรวดี ศรปัญญา(แบม) ซื่อเดิม อนุชรินทร์ จันทะลุน (สถานะภาพ:แยกกันอยู่)
บุตร
1. สุจิตรา ศรปัญญา (เบลล่า) เกิด 26 มิถุนายน 2009
2. ศิรินดา ศรปัญญา (บรีสนี่) เกิด 8 สิงหาคม 2012
การเรียนและการใช้ชีวิต
ช่วงประถม (2527 – 2532) เรียนที่โรงเรียนบ้านไพรพะยอม ผลการเรียนอยู่ในระดับกลางๆ ไม่มีวิชาไหนโดดเด่น รุ่นนี้เป็นรุ่นพิเศษที่มี2ห้อง คือห้อง ก. กับห้อง ข. มีเพื่อนห้องละ 23-24 คน เพื่อนที่สนิทก็มี พีระพงษ์ สมัครผล(เขียว) , สุคม เพ็งแจ่ม(บุ๋ม) ชัยชนะ วรรณมานะ(เล็ก) ที่เป็นญาติกัน
# การใช้ชีวิตในวัยเด็ก จะเป็นคนค่อนข้างเรียบร้อย ขี้อาย เล่นกีฬาไม่เป็น จำได้ว่าตอนอยู่ ป.6 สมัครเล่นฟุตบอลตอนกีฬาสียังไม่ผ่าน ทั้งๆที่เป็นกีฬาชนิดที่ใช้จำนวนผู้เล่นมากสุด
# เพื่อนหญิงในวัยเด็กก็มีแต่คนที่เราแอบชอบอยู่ 2คน ลำดวน ไชยภักดิ์(ดวน) , บุญเอื้อง ศรีวัง(ปิ้ก) ซึ่งเราก็คิดเองเออเองว่าเขาก็คงชอบเราเหมือนกัน
# กิจกรรมในวัยเด็ก สำหรับน้าฝน ก็เสียบเบ็ดหาปลา, ช่วยเลี้ยงควาย, เกี่ยวหญ้าให้ควาย, หน้าหนาวก็รับจ้างนวดข้าว, ทำหลุมดักปลา, หาเก็บรวงข้าว, คอยช่วยแม่ตามคำสั่ง
ช่วงมัธยม (2532 – 2536) เรียนที่โรงเรียนวัดบวรมงคลและพักอยู่ที่วัดบวร กับหลวงลุงท่านเจ้าคุณพระราชวรญาณมุนี(เปลี่ยน) โดยตอนเรียน ม.1 อยู่ห้อง12 (ห้องคิง) แต่ผลการเรียนไม่ค่อยดี พอขึ้น ม.3จึงลดมาเรียนอยู่ห้อง 11(ห้องควีน) และตอน ม.4 ตั้งใจสอบเข้าสาย ศิลปะ เพราะคิดว่าเราคงหัวไปไม่ไหวกับการเรียนสายวิทย์-คณิต แต่ผลสอบออกมาได้เรียนสายวิทย์โดยอาจารย์ให้เหตุผลว่าคะแนนสอบออกมาดีและตอนมัธยมต้นก็เรียนมาทางนี้จึงน่าจะเรียนต่อไป
การอยู่วัดก็จะมีข้อกำหนดคือ ตื่นเช้าต้องลุกมากวาดลานวัด และรถน้ำต้นไม้ หลังจากขั้นก็เดินตามพระคอยช่วยถือของ หลังจากขั้นก็กินข้าวเวลาประมาณ 07:30 ล้างปิ่นโต เสร็จแล้วค่อยไปโรงเรียน ซึ่งก็จะสายทุกวัน แต่อาจารย์ก็เข้าใจเลยไม่โดนทำโทษ
# เรื่องกีฬาก็ยังไม่มีบทบาทเหมือนเดิม คงเป็นเพราะตัวเล็กเกินไปและใจก็ไม่รัก จึงเป็นได้แค่กองเชียร์จนเสียงแหบเสียงหาย
ช่วงอาชีวศึกษา (2536 – 2540) เรียนที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพระนครเหนือ สาขาวิชาช่างกลโรงงาน ซึ่งเป็นหลักสูตรใหม่ พึ่งเปิดหลักสูตรปีแรก โดยจะรับเฉพาะเด็กที่เรียนสายวิทย์-คณิตเท่านั้นมาสอบแข่งขันและเรียนระดับ ปวส.ยาวถึง4ปี เพื่อนร่วมรุ่นมี2ห้อง และผมอยู่ห้อง2 (MC36/2)
# ตอนเรียนอาชีวะจะไม่ได้คอยล้างปิ่นโตเพราะต้องรีบไปโรงเรียน โดยหลังจากบินบาตรเสร็จก็จะแบ่งอาหารไปทานก่อนพระแล้วอาบน้ำแต่งตัวไปเรียน
# ผลการเรียนนั้นอยู่ท้ายๆห้อง ผ่านมาได้ชนิดที่ว่าเกือบเอาตัวไม่รอดเกือบไม่จบตามเวลากำหนด เพื่อนที่เรียนด้วยกันตอนนี้จะเป็นเพื่อนที่สนิทและคบกันยาวจนถึงปัจจุบัน
# ความประพฤติตอนวัยนี้ก็มีออกนอกลู่นอกทางบ้างตามประสา แต่ก็พอประคองชีวิตผ่านมาได้
ช่วงปริญญาตรี (2540 – 2544) เรียนที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ คณะวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาออกแบบเครื่องกล(MDT) การเรียนหลักสูตรนี้เป็นภาคสมทบซึ่งจะจ่ายค่าเทอมค่อนข้างแพง
# พอเรียนผ่านไป1เทอม ผลการเรียนก็แทบจะช็อคเพราะได้เกรดเฉลี่1.50อยู่ระดับเส้นยาแดงฝ่าแฝด..พอขึ้นเทอม2จึงดร๊อบไปหลายวิชาเพราะต้องทำเกรดเฉลี่ยให้ขึ้นไปถึง2ไม่งั้นจะโดนรีไทน์อัตโนมัติ
# ปลายปี2540 ผมได้ออกจากวัดไปพักอยู่ที่แฟลตคลองเตยกับพี่สาวและหวังว่าผลการเรียนจะดีขึ้น
# ครบ2ปี ยังเหลือวิชาอยู่ประมาณ6ตัว ปี3เทอม1จึงเก็บมาได้5ตัวทำให้เหลือเพียงโปรเจควิชาเดียว..และเป็นวิชาที่เจ็บปวดมากเพราะเสนองานในเรื่องที่ไม่ถนัดโดยหวังว่าจะอาศัยให้เพื่อนพาทำ..แต่กลับกลายเป็นมีปัญหาในกลุ่มจนเราต้องเป็นตัวทำงานหลัก..ทำให้งานเสร็จล่าช้ามาจบเอาปี4เทอม2อย่างทุลักทุเล
ช่วงทำงาน (2544 – 2556)
(2544-2545) บริษัท ยูนิมิต เอ็นจิเนียริ่งจำกัด จำกัดหลังจากจบ ปริญญาตรีมาก็มาทำงานกับพี่ชาย(อำนาจ ศรปัญญา)โดยเป็นงานลักษณะก่อสร้างโรงงานพวกปิโตรเคมี, เดินท่อ, ติดตั้งเครื่องจักร(EQUIPMENT) ตำแหน่งที่ทำเป็นเทคนิคเชี่ยล เนื่องจากยังมีประสบการณ์ สมัครงานที่ใหนเขาก็ไม่เอา จึงมาทำงานนี้ไปก่อน
# ช่วงนี้พักอยู่บ้านพี่กับแฟนคนแรก(ศรีนวล บุตรดี)
(2545-2546) WIZTECH INTERNATIONAL CO.,LTD (บริษัท วิซซ์เทค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด) โดยคนรับเข้าทำงานเป็นรุ่นพี่ที่เรียนพระจอมเกล้าพระนครเหนือเหมือนกันคือคุณชาณนรงค์ มิสะตะ(พี่โต) บริษัททำเกี่ยวกับเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน(HEAT EXCHANGER)ที่ใช้ตามโรงปิโตรเคมี โดยจะรับทำทั้งตัวใหม่และซ่อมตัวเก่า...แต่ละตัวก็จะมีปัญหาต่างๆกันไป
# ตอนทำงานที่นี่ตอนแรกพักอยู่บ้านพี่ชาย อยู่สักพักก็น้ายออกไปเช่าห้องที่ตลาดบ้านฉาง กับศรีนวล บุตรดี โดยแฟนทำงานที่ ซูมิโตโม อิเล็กทริค ไวร์ริ่ง ซีสเต็ม จำกัด
# ทุกเช้าจะขี่มอเตอร์ไซ(SUZUKI RC100)ที่ซื้อต่อมาจากพี่สัจจพร ศรปัญญา(พี่โฮม)ไปทำงาน ส่วนแฟนจะขึ้นรถรับส่งของโรงงาน รวมเวลาทำงานทั้งหมดได้ 1ปี 2 เดือน
(2546-2547) บริษัท เคพีเอ็น ออโตโมทีฟ จำกัด หลังจากทำงานได้เกือบ2ปีก็พอจะมีวิชาบ้างก็เลยสมัครงานใหม่และอยากเปลี่ยนแนวบ้างจึงสมัครงานที่ทำเกี่ยวกับยานยนต์ ซึ่งคนรับเข้าทำงานก็เป็นรุ่นพี่ที่พระจอมเกล้าพระนครเหนือ งานที่ทำก็ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์โดยกระบวนการที่โรงงานใช้คือการขึ้นรูปร้อน, ชุบแข็ง, และงานMACHINE
# อยู่KPNทำงานแผนก PROCESS ENGINEER มีทีมงานทั้งหมด 5 คน รับผิดชอบเกี่ยวกับงาน NEW MODEL ตั้งแต่ KICK OFF จนถึง MASS PROD. รวมถึง งานควบคุมการเปลี่ยนแปลง(ECR)ด้วย
# ย้ายที่พักมาอยู่ตลาดหนองมน ซื่งอยู่ระหว่างกลางที่ทำงานของผมกับของแฟน โดยแฟนทำงานที่ปลวกแดง ส่วนผมไปทำงานที่ อมตะนคร
# เมษายน 2004ซื้อรถยนต์คันแรกในชีวิต รุ่น HONDA CITY ปี 2004 ซึ่งตอนรับรถยังขับรถยังไม่เป็น จึงให้เพื่อนพิชัย จันทร์ลา(ชัย)มาขับรถออกจากศูนย์ให้และไปหัดขับอยู่ที่พนัสนิคมบ้านเพื่อนชัยได้ครึ่งวัน ก็ขับกลับห้องหนองมนชนิดตัวแข็งทื่อขับตามแต่รถสิบล้อมาตลอดทาง55555+++
# ลาออกจากKPNเดือนสิงหาคม_2004 เพราะได้งานใหม่ซึ่งเป็นโรงงานทำชิ้นส่วนรถยนต์เหมือนกันและได้เงินเดือนมากขึ้นนิดหน่อย
(2547-2556) บริษัท ไทยอาซาคาว่า จำกัด(THAI ASAKAWA CO.,LTD)
# เริ่มงานเดือนสิงหาคม 2004 ตำแหน่ง FACTORY ENGINEER ซึ่งเป็นตำแหน่งใหม่ในโรงงาน ตอนแรกก็ไม่มีหน้าที่ๆจัดเจนจึงคอยดูแลเรื่องTOOLINGและปรับปรุงกระบวนการ, เก็บข้อมูลการผลิต, ช่วยทำแผนการผลิต, กิจกรรมต่างๆเมื่องานเกิดปัญหา อยู่ได้สักพักเจ้านายก็หาลูกน้องมาคอยช่วย1คน ซื่อสายันต์ ฟ่องศรี(โท๊ะ) พอโท๊ะลาออกก็รับ สุริยา สานอก(ยา) มาแทน พอยาลาออกก็รับ พลธวัช พลเหลา(เต้)มาช่วย
# ปี2005 เริ่มมีปัญหาชีวิตและความรัก เพราะมีหญิงอื่นมาเกี่ยวข้อง
# ปี2006 ได้มีโอกาสไปเทรนงานที่ญี่ปุ่นเดือนครึ่ง ช่วงมีนาคม – เมษายน โดยสมาชิกที่ไปมีกัน5คน คือ พี่ชวลิต(พี่เชา) , พี่สาโรจน์(พี่ต๋อง) , พี่สุวัฒน์ , เฉลิม , สิทธิพร
# กลับมาจากญี่ปุ่นจึงได้รู้จักกับแบม-ภัทรวดี(อนุชรินทร์) จันทะลุน ซึ่งเป็นพนักงานซับคอนแท็ค เนื่องจากแบมทำงานเรื่องเอกสารในออฟฟิส จึงได้มีโอกาสพูดคุยกันและพัฒนาเป็นความรักในที่สุด
# ปี2006 วางแผนซื่อบ้าน และได้จองบ้านทองพัฒนา โดยให้กรรมสิทธิ์เป็นซื่อหนม(ศรีนวล)เพราะรถเป็นชื่อเราจึงให้บ้านเป็นซื่อแฟน....ผ่อนดาวจนครบแล้วแต่ชีวิตเปลี่ยนผันให้ต้องมาอยู่กับแฟนใหม่(แบม) แต่สรุปแล้วศรีนวลก็ไม่เอาบ้านและคืนให้โครงการไป...ส่วนผมก็ไปเช่าห้องแถวอยู่หนองก้างปลากับแบมช่วงต้นปี2007
# การมาอยู่หนองก้างปลากับแบมทำให้ชีวิตกลับมาเหลวแหลกอีกครั้ง(ปี2007-2008) เพราะสิ่งมึนเมาและเที่ยวกลางคืน(ช่วงนั้นตามเทคคนยังนิยมเที่ยว เช่น FACTORY PUB , C2 , PERFECT) และแบมเองก็เข้าๆออกๆงาน หางานได้ก็อยู่ได้ไม่นาน จนผมรู้สึกเครียดบ้างแต่ก็ไม่เป็นปัญหาใหญ่โตเพราะค่าใช้จ่ายรวมๆยังไม่มาก ค่างวดรถก็เริ่มหมด
# ต้นปี2009 ได้แต่งงานกับแบมที่สกลนครขณะที่แบมมีท้องได้3เดือน..พอเดือนมิถุนายน2009 เบญล่าคลอด ก็พักฟื้นอยู่บ้านประมาณ3เดือน ค่อยเอามาอยู่ด้วยตอนปลายปี2009 ซื่งเราก็เริ่มกังวลว่าเลี้ยงเด็กในห้องเช่าคงไม่ค่อยสะดวกและคงมีปัญหา จึงเริ่มวางแผนซื้อบ้านและวิ่งดูอยู่3-4โครงการก็มาสรุปเอาบ้านทองพัฒนา เหตุผลเพราะอยู่ใกล้ถนนใหญ่331เดินทางสะดวกและอยู่ที่สูงทำเลดีชัยภูมิ
#กลางปี2010 ก็ย้ายมาอยู่บ้านใหม่กัน3คน พ่อ-แม่-ลูก มีชีวิตอยู่ค่อนข้างมีความสุข กลับมาจากทำงานก็เล่นกับลูกและเห็นพัฒนาการของเด็กๆเราก็พลอยสุขใจ
เริ่มมีปัญหาชีวิต
# ปี2011 มีเงินสะสมพอประมาณก็เลยมีแผนจะลงทุนสร้างSHOP MACHING โดยปรึกษากับพี่สุนันท์ ศรปัญญา(พี่สวย) ว่าจะให้พี่เป็นคนลงทุนโดยเราจะทำการตลาดให้ แถวนี้ก็มีโรงงานเยอะน่าจะพอหาลูกค้าได้ แต่สรุปแล้วพี่สวยก็ไม่ลงทุน โดยไม่ได้บอกเหตุผลจริงๆว่าเพราะอะไร ครั้นจะเอาเงินตนเองมาลงทุนก็คงไม่พอ... เมื่อยกเลิกโครงการก็เลยคิดอยากทำรถตู้วิ่งรับส่งพนักงาน เพราะเห็นเพื่อนเขาทำๆกันก็พอได้และเป็นการกระจายความเสียงในชีวิต..ถ้าหากเกิดเหตุการณ์จนทำให้ไม่สามารถทำงานโรงงานได้ก็จะได้ใช้รถตู้วิ่งหาเงินเลี้ยงครอบครัวลผุกเมีย
# กันยายน 2011 ดาวส์รถตู้มาเพื่อหวังจะรับจ้าง โดยก่อนออกรถก็ได้ไปทาบทามกับบริษัทไว้ว่าจะมาร่วมงาน แต่พอถอยรถมาได้เพียง4วัน รถก็เกิดอุบัติเหตุเป็นคดีแถวกบินทร์บุรีทำให้มีผู้เสียชีวิต2คน มีเรื่องฟ้องร้องอยู่เกือบปี พอรถซ่อมเสร็จก็ได้วิ่งที่บริษัทอนัญญาพรและแม๊กซีสตามลำดับโดยให้คุณป้อมช่วยขับรถให้
# เมษายน 2012 ป้อมเลิกขับรถ จึงขอให้ตู่(ธีรยุทร จันทร์เพ็ชร)มาช่วยขับ และได้ย้ายสังกัดมาวิ่งที่โชคนิตยาทัวร์ในปลายปีเดียวกัน ช่วงนี้คดียังไม่จบต้องวิ่งไป304 อยู่เรื่อยๆในขณะที่แบมก็เริ่มมีท้องอีกคนที่2 ส่วนรถตู้ที่วิ่งก็ไม่ค่อยมีกำไรและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งทำให้ต้องหยุดซ่อมอยู่บ่อยๆ
# สิงหาคม 2012 บรีสนี่คลอดและเป็นปีที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ผลักดันนโยบายขึ้นค่าแรง300บาทตามที่ได้หาเสียงไว้ ส่งผลให้ค่าครองชีพทุกอย่างสูงขึ้นเกือบเท่าตัว ในขณะที่ค่าแรงเราเท่าเดิม..ไหนจะต้องคอยจุนเจือรถตู้..ลูกก็เริ่มโตขึ้น..ทำให้เรามองเห็นอนาคตแล้วว่าอนาคตคงมีปัญหาการเงินแน่ๆเพราะรายได้ไม่พอใช้..จึงเริ่มเกิดความเครียดและเริ่มมองหาทางแก้ไข
# ปี2012ได้จดทะเบียนนิติบุคคล ซื่ออมตะฮายากุจำกัด(AMATA HAYAKU CO.,LTD) เพื่อรับงานประเภทชิ้นส่วน,พาร์ท,งานตามแบบ,งานจัดทำเชื่อมสร้างและเพื่อกระจายความเสี่ยงจึงไปดาวส์รถCOROLA ALTISมาวิ่งรถรับจ้างและเพื่อสร้างฐานเครือข่ายลูกค้าไปในตัว.
# กันยายน 2013 ตัดสินใจลาออกจากงานที่อาซาคาว่า โดยมีเหตุผลหลักๆ เช่น
1.มีภาระทางบ้านที่ทำให้ต้องหยุดงานบ่อย2.จะได้มีเวลาดูแลและหาโอกาสช่วยเหลือรถตู้
3.จะได้สร้างกิจการของตนเองให้เจริญรุ่งเรือง
4.จังหวะอายุเหมาะสมเพราะถ้าไม่ออกตอนนี้ เมื่ออายุมากขึ้นก็คงไม่กล้าออกไปไหน
# ปี2013(ตุลาคม) พอออกจากงานและมาทำกิจการแรกๆค่อนข้างราบรื่น แต่พอเดือน ธันวาคม 2013 รัฐบาลได้ผลักดัน พรบ.นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งเพื่อช่วยนายทักษิณ ทำให้ประชาชนไม่พอใจเป็นวงกว้าง..เกิดการประท้วงไล่ให้รัฐบาลยุบสภาและเรียกร้องให้มีการปฎิรูปประเทศครั้งใหญ่จนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้..จากความวุ่นวายนี้ส่งผลให้เศรฐกิจประเทศถดถอย...ไม่มีอะไรกระตุ้นให้เกิดการผลิต..และส่งผลกระทบถึงกิจการเรา
# คลิบวีดีโอ เบลล่าจาก YouTube และ บรีสนี่จาก Google Drive
# ปี2014(เมษายน)มีบริษัทเช่ารถตู้ไปใช้ทำให้เราคลายเครียดไปได้บ้าง...ถึงแม้จะไม่มีกำไรแต่มันก็สามารถเลี้ยงตนเองได้และไม่ต้องวุ้นวายกับการหาคนขับ สำหรับกิจการก็ค่อยๆเดินไป..ถึงไม่มีกำไรสะสมแต่ก็พอเลี้ยงชีพได้เพราะเราขับรถรับจ้างไปด้วย...ตอนใหนงานขายน้อยงานวิ่งรถก็จะมาก..ทำให้พอประคองครอบครัวได้แบบถูไถ เบญล่าเข้าเรียนอนุบาลที่โป่งสะเก็ด ส่วนบรีสนี่ก็ค่อยๆเติบโต
#ปี2015-มีนาคม ได้ทำงานในโรงงานอีกครั้งที่บริษัทเดลต้าไทยรุ่ง ซึ่งทำงานประเภทประกอบเบาะรถยนต์ให้มาสด้า...แต่เราก็ทำงานอยู่ได้เพียง2เดือนก็ลาออก...เพราะประสบการณ์ไม่ค่อยตรงและทนแรงกดดันไม่ได้..จึงลาออกตอนสิ้นเดือนเมษายน.มาทำกิจการเหมือนเดิม
# ปี2015 การทำงานขายแบบมีเปล่าไม่มีเครื่องจักรเองทำให้เราทำการตลาดยาก(โดยเฉพาะการหาลูกค้าใหม่)และเราเองก็ไม่ค่อยกล้านำเสนอ...จึงมีแผนจะซื้อเครื่องจักรมาพอได้ตั้งโชว์ให้ลูกค้าเห็น พอดีกับเป็นช่วงที่แม่จะแบ่งที่นาทางบ้านให้...เราจึงเสนอพี่อำนาจ ศรปัญญาให้ช่วยซื้อที่นา4ไร่ที่แม่แบ่งให้ เป็นเงิน400,000บาท เพื่อนำเงินมาลงทุนตามแผนดังกล่าว...เงินที่ได้มานั้นนำมาใช้จ่ายโอนรถตู้ให้เป็นนิติบุคคล,ซื้อตู้คอนเทรนเนอร์มาทำห้องทำงานและSHOPไปในตัว,ซื้อเครื่องกลึงมาไว้ก่อน1เครื่อง.(อยากได้เครื่องมิลลิ่งด้วยแต่เงินไม่พอ)
#ปี2015 จากการลงทุนกลางปีและงานที่มีค่อนข้างน้อยทำให้บางเดือนมีขาดสภาพคล่องทางการเงินบ้าง..เราเลยกำชับเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน..แม้แต่หาหารการกินก็จะเน้นซื้อของสดมาปรุงเอง..และเราได้บอกแบมให้รู้ถึงสถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวและให้ช่วยกันประหยัดทุกวิถีทางที่จะทำได้....แต่แบมเองไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องลงทุนในเมื่อเงินไม่ค่อยมี...แต่เรามองว่าต้องลงทุนเพื่อจะได้หาตลาดใหม่ได้และถึงเราไม่ลงทุนก็รอวันตายอยู่ดีเนื่องจากลูกค้าเก่างานน้อยและลูกค้าใหม่ก็ไม่สามารถหาเพิ่มได้
#เกิดความเครียดสะสมขึ้นในครอบครัว..เนื่องจากเรามองว่าแบมไม่ช่วยกันประหยัด.ซื้อของมาก็ไม่ค่อยกินให้หมด..และเราเองก็พูดจาแบบมีอารมณ์อยู่บ่อยครั้งทำให้มีการทะเลาะกันเรื่อยๆ
#สิงหาคม-2015 แบมได้พาลูกกลับบ้านที่สกลนคร..โดยที่เราคิดว่าคงเป็นการพาลูกไปเที่ยวช่วงเข้าพรรษา..แต่พอเทศกาลเข้าพรรษาสิ้นสุดโทรไปหาแบมบอกว่าจะไม่กลับมาบ้านบ่อวิน..โดยจะเอาลูกไปให้ยายเลี้ยงและให้เรียนที่สกลนคร
#ปลายปี2015..ใจเรามองว่าถ้าเอาลูกไปให้ยายเลี้ยงก็อยากให้แบมมาช่วยกันทำงานตั้งหลักสักพัก5-6เดือน..สถานการณ์ก็คงจะดีขึ้นถึงเดือนเมษายน-2016ค่อยพาลูกกลับมาเรียนที่บ่อวินก็ได้...แต่แบมเองก็ไม่พยายามทำงาน.มัวแต่วิ่งไปหาคนนู้นคนนี้ทำให้เสียเวลาและเราก็ต้องคอยช่วยค่าใช้จ่ายส่งให้แบมเป็นบางครั้งและต้องส่งให้ลูกด้วยกลายเป็นว่ามีรายจ่ายมากขึ้น.
#การที่ต้องแยกกันอยู่กับลูกแม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบในชีวิตความเป็นอยู่แต่กระทบจิตใจเราอย่างยิ่ง.เราคิดถึงลูกมากและเข้าใจว่าความรักที่พ่อแม่มีให้ลูกนั้นยิ่งใหญ่จริงๆ..
# ปี2016 ข้าพเจ้าเขียนบันทึกเรื่องราวชีวิตของตัวเองให้ใกล้เคียงกับความจริงที่สุด...เพื่อให้ลูกสามารถสืบค้นหาความจริงได้ด้วยตนเอง(ไม่ต้องถามจากคนอื่น) หากว่าเราต้องจากโลกไปก่อนเวลาอันควร.
#ทุกอย่างที่เราทำที่ลำบากก็เพื่อให้ลูกมีอยู่มีกิน..เพื่อให้เมียมีความสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงลูกๆได้...ไม่เคยคิดทำเพื่อความสุขสบายของตนเองเลย รักลูกและครอบครัวมากที่สุด
สิทธิพร ศรปัญญา
21/MARCH/2016
วีดีโอตอนเด็กของเบญล่ากับบรีสนี่
#
เบลล่าเกิดได้1-2วันที่โรงพยาบาลสว่างแดนดิน ปี2009
# พาเบลล่าไปเที่ยวเกาะลอยปี 2553 # เบญล่าตัวน้อยกำลังสนใจเพลงและขยับตัวตามจังหวะ
#
เบลล่าอยากรู้และอยากลองเล่นคอมพิวเตอร์ของพ่อบ้าง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น