วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วิบากกรรมอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย

"ไทยซัมมิท' ลดกำลังผลิต อีโคคาร์-รถใหม่จ่อเลื่อน"
อุตฯผลิตชิ้นส่วน"ไทยซัมมิท"สะเทือน หลังลูกค้าค่ายรถเลื่อนแผนผลิตรถรุ่นใหม่ออกไป 1 ปี ยอมรับต้องปรับลดเป้าผลิตลง 15-20% ส่งสัญญาณ ปีหน้าไม่มีรถรุ่นใหม่ ส่วน"อีโคคาร์"เกือบทุกค่ายขอเลื่อนผลิตไปปี 2554 กลุ่ม "จุฬางกูร" ลดเวลาทำงานเหลือ 2 กะ ด้าน"โตโยต้า"เมืองไทยรับกระทบยอดขาย 10% ล่าสุดในอเมริการะส่ำบางแห่งเตรียมยุบเหลือไลน์ผลิตเดียว TAPMA เตือนสมาชิก 580 รายรับมือสืบเนื่องจากที่"ฐานเศรษฐกิจ"เกาะติดสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจโลกที่ลามมาถึงภาคเรียลเซ็กเตอร์ของไทย อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนที่มีฐานผลิตอยู่ในประเทศไทย ทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจดังกล่าวต้องบริหารความเสี่ยงแบบชนิดวันต่อวันกันแล้ว-บิ๊กชิ้นส่วนรับกระทบแล้วนายเสถียร พงศ์เจตน์พงศ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาธุรกิจ กลุ่มไทยซัมมิท ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่จากตระกูล "จึงรุ่งเรืองกิจ" เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าก่อนหน้านี้บริษัทเพิ่งให้ข่าวไปว่า ไม่ได้รับผลกระทบจากที่ค่ายโตโยต้าจะลดการใช้ชิ้นส่วนลง 6 เดือน(พ.ย.2551-เม.ย 2552) เนื่องจากบริษัทมีลูกค้าจากรถยนต์ค่ายหนึ่งที่ปัจจุบันเป็นคู่ค้ากันอยู่แล้ว ที่มีข้อตกลงร่วมกันว่าสายผลิตรถกระบะรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า จะสั่งซื้อชิ้นส่วนจำนวนหนึ่งจากกลุ่มไทยซัมมิท แต่ล่าสุดได้รับแจ้งจากผู้ผลิตรถค่ายดังกล่าวว่า จะขอเลื่อนการผลิตรถกระบะรุ่นดังกล่าวออกไปก่อน 1 ปี"จากกรณีนี้ทำให้ไทยซัมมิทวิตกว่านับจากนี้ไปจะต้องมองแผนการผลิตชนิดวันต่อวัน หรืออาทิตย์ต่ออาทิตย์แล้ว และจะไม่มีการตั้งเป้ายอดขายในปี 2552 จากที่ปี 2550 กลุ่มไทยซัมมิทมีรายได้จากฐานการผลิตในประเทศและต่างประเทศรวม 38,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าปี 2551 จะเพิ่มเป็น 39,000 ล้านบาท เพราะขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนอยู่โดยเฉพาะสถานการณ์ในตลาดโลก" -ยังไม่ส่งแผนใช้ชิ้นส่วนปี 52นายเสถียร กล่าวอีกว่าตามปกติในช่วงเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ทุกค่ายรถยนต์ที่เป็นคู่ค้ากับผู้ผลิตชิ้นส่วนจะส่งแผนการผลิตรถของปีถัดไปมาให้ซัพพลายเออร์ที่เป็นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ เพื่อแจ้งล่วงหน้าว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนควรจะป้อนชิ้นส่วนให้ค่ายรถยนต์แต่ละค่ายในปริมาณเท่าใด แต่ตอนนี้ไม่มีรถยนต์ค่ายใดเลยที่ส่งแผนการใช้ชิ้นส่วนมาให้ล่วงหน้าเพื่อที่จะส่งมอบชิ้นส่วนให้กันในปี 2552"ก่อนหน้านี้กลุ่มไทยซัมมิทก็ได้รับแผนการใช้ชิ้นส่วนมาจากรถยนต์ค่ายหนึ่ง แต่ล่าสุดแจ้งขอยกเลิกและให้เหตุผลว่าจะขอนำแผนการใช้ชิ้นส่วนกลับไปทบทวนใหม่ก่อน ซึ่งไทยซัมมิทจะรอแผนนี้จนถึงสิ้นปีนี้

-ไทยซัมมิท"ลดเป้ารายได้15-20%อย่างไรก็ตามจากความไม่แน่นอนของตลาดยานยนต์ในช่วงนี้ ทำให้กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศวางแผนธุรกิจลำบากขึ้นและล่าสุดฝ่ายพัฒนาธุรกิจ กลุ่มไทยซัมมิท ได้ตัดสินใจลดเป้ารายได้ในปี 2552 ให้ต่ำลง 15-20% เมื่อเทียบจากปี 2551 ที่ตั้งเป้าว่าจะมีรายได้ปีนี้39,000 ล้านบาท ซึ่งการปรับลดเป้าลงครั้งนี้จะเป็นการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าก่อน หากทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้บริษัทก็ต้องมาประเมินผลกันใหม่อีกครั้ง

-เลื่อนรถรุ่นใหม่-อีโคคาร์นายเสถียรอีกว่า นอกจากนี้การลดเป้ารายได้จะเป็นการเตรียมรับมือกรณีที่ผลการสำรวจในเบื้องต้นพบว่าในปี 2552 ผู้ผลิตรถยนต์แต่ละค่ายยังไม่มีการผลิตรถรุ่นใหม่ออกมา บางค่ายที่เตรียมจะเปิดตัวรถบางรุ่นในปีหน้าก็ขอเลื่อนไป ในขณะที่รถประหยัดพลังงานหรือรถอีโคคาร์เกือบทั้งหมดจำนวน 6 ค่าย(ฮอนด้า,นิสสัน,ซูซูกิ,มิตซูบิชิ,โตโยต้า, ทาทา มอเตอร์ส) ที่ได้รับส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ไปเมื่อปี 2550 นั้น ที่มีแผนผลิตในกลางปีและปลายปี 2553 ล่าสุดได้รับการยืนยันมาแล้วว่า ขอเลื่อนแผนการผลิตออกไปเป็นปี 2554

-เล็งลดชั่วโมงการทำงานนอกจากนี้หากบริษัทมีออร์เดอร์ชิ้นส่วนลดลง ผลต่อเนื่องคือ การลดชั่วโมงการทำงานลง หรือลดโอที เช่นเคยมีโอทีในวันอาทิตย์ก็ไม่มี ซึ่งเมื่อ 3 ปีที่แล้วที่ธุรกิจยานยนต์บูมมากบริษัทในกลุ่มไทยซัมมิทเคยทำงาน 284 -290 วัน/ปี ต่อมาในช่วงปี 2550 ก็ลดชั่วโมงการทำงานลงเหลือ 278 วัน/ปี จนปี 2551 เหลือ 262 วัน/ปี หากปีหน้ากระทบมากจำนวนวันทำงานอาจจะลดลงอีกก็ได้สอดคล้องกับที่แหล่งข่าวในวงการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์อีกรายกล่าวว่าขณะนี้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศเกือบทุกค่ายเริ่มหันไปมองเรื่องแผนการลดชั่วโมงการทำงานลงแล้วทั้งค่ายฮอนด้า ,ฟอร์ด, โตโยต้า,และโดยเฉพาะนิสสันที่หยุดผลิตรถกระบะ"NAVARA"มา2เดือนแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคมปีนี้ เช่นเดียวกับค่ายฟอร์ด ที่ชะลอการผลิตเพราะยอดขายรถกระบะขนาด 1 ตันขายไม่ดี"จากการสำรวจตลาดรถกระบะเวลานี้ พบว่ารถกระบะขนาด 1 ตันขายไม่ออกอันดับแรกคือมาสด้า รองลงมาคือฟอร์ด นิสสัน และมิตซูบิชิ ส่วนกระบะโตโยต้าและอีซูซุตลาดยังไปได้โดยเฉพาะรถกระบะค่ายอีซูซุขายดีเพราะมีการทุ่มแคมเปญอย่างหนัก

-กลุ่ม"จุฬางกูร"ลดเหลือ2กะต่อเรื่องนี้แหล่งข่าวจากบริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด หรือSABในกลุ่มซัมมิท คอร์ปอเรชั่น ลงทุนโดยตระกูล"จุฬางกูร" กล่าวว่าได้รับผลกระทบเหมือนกัน เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนจะขายไปยังตลาดยุโรป และตะวันออกกลาง ซึ่งอเมริกาจะซื้อจากประเทศเหล่านี้อีกที ดังนั้นเมื่ออเมริกาขาดสภาพคล่อง ก็ต้องซื้อชิ้นส่วนทั้งทางตรงและทางอ้อมน้อยลง ผู้ผลิตชิ้นส่วนก็ต้องขายของได้น้อยลง ทำให้เวลานี้กลุ่มซัมมิทได้ปรับเวลาการทำงานแล้วจาก 3 กะ เหลือ 2 กะ งานโอทีส่วนที่ไม่จำเป็นก็ยกเลิกไป และมีการปรับเป้ารายได้ปี 2552 ด้วย แต่ยังไม่มีแผนดึงคนออก+บริษัทรถเริ่มลดโอทีสำหรับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ได้เริ่มมาตรการปรับลดการผลิตบ้างแล้ว โดยนายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแเฟคเจอริ่งฯ และนายกสมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย เปิดเผยว่า ผู้ผลิตรถยนต์ของไทยต้องปรับตัวโดย ทบทวนระบบการผลิตให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น บางรายที่มีสต๊อกมาก ก็ต้องชะลอการผลิต หยุดการผลิตชั่วคราวไปเลยก็มี ส่วนที่มียังมีสต๊อกเก่ามาก ก็อาจลังเลที่จะเปิดตัวรุ่นใหม่ นอกจากนี้ก็ใช้วิธีลดโอที ลดชั่วโมงการทำงาน แต่ยังไม่มีการปลดคนงานอย่างแน่นอน สำหรับโครงการอีโคคาร์ยังไม่มีบริษัทไหนชะลอการลงทุน ในทางตรงกันข้าม อยากเร่งให้เร็วขึ้น เนื่องจากตลาดมีความต้องการรถยนต์ที่ประหยัดพลังงาน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในปีนี้ ยังไม่มีผลกระทบกับยอดขายรถยนต์โดยรวมมากนัก จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 650,000 คัน อาจลดลงเหลือ 630,000 คัน หรือลดลงเพียง 10 %เท่านั้น "สำหรับโตโยต้าได้เริ่มมาตรการปรับระบบการผลิตแล้ว โดยเลิกโอที แต่ยังผลิต 2 กะเหมือนเดิม อย่างโรงงานโตโยต้าที่บ้านโพธิ์ ฉะเชิงเทรา ซึ่งผลิตรถปิกอัพวีโก้เพื่อส่งออกยังทำการผลิตตามปกติ และสามารถเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตปีละ 100,000 คัน ได้ตั้งแต่ปีที่สองแล้ว ในด้านการทำตลาดในประเทศ ยังเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ตามกำหนดการเดิม อย่างเมื่อเร็วๆนี้ ได้เปิดตัวโตโยต้า วีโก้ ไมเนอร์เชนจ์ โดยมีเป้าหมายช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ให้คึกคักขึ้น"

-จ่อยุบฐานผลิตโตโยต้าที่มะกันด้านแหล่งข่าววงการผลิตรถยนต์อีกรายหนึ่งกล่าวว่า ขณะนี้ได้รับข้อมูลมาว่า ฐานการผลิตของโตโยต้าที่สหรัฐอเมริกาเริ่มมีปัญหาแล้ว โดยปัจจุบันจะมีโรงงานผลิต 4 แห่งตั้งอยู่ใน 3 มลรัฐคือ มลรัฐอินเดียนา จำนวน 2 แห่ง มลรัฐเท็กซัส 1 แห่งและมลรัฐเคนตักกี 1 แห่ง โดยโรงงานที่รัฐอินเดียนาจะผลิตรถSUVหรือรถตรวจการณ์ขนาดใหญ่ และผลิตรถกระบะขนาด 1.5 ตัน ซึ่งโรงงานทั้ง 2 แห่งในรัฐดังกล่าวมีแผนจะยุบรวมเหลือเพียงแห่งเดียวในอนาคต นอกจากนี้ในปี 2553 โตโยต้ามีแผนจะเปิดตัวและเปิดโรงงานผลิตรถ SUV ขนาดใหญ่ที่มลรัฐมิสซิสซิปปี ที่ขณะนี้โรงงานดังกล่าวเสร็จเกือบ 100% แล้ว แต่เมื่ออเมริกาเผชิญผลกระทบจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ทำให้โตโยต้าต้องเปลี่ยนแผนอย่างกะทันหัน โดยปรับไลน์ผลิตเป็นรถไฮบริด พริอุส (PRIUS)แทน เป็นรถประหยัดน้ำมัน และรถรุ่นนี้เป็นสุดยอดของโตโยต้า ที่ตามปกติแล้วจะไม่ผลิตนอกประเทศญี่ปุ่นแต่ครั้งนี้โตโยต้าตัดสินใจผลิตแทนรถSUVเพราะมั่นใจว่าจะขายได้สอดรับกับสถานการณ์ในตลาดสหรัฐอเมริกาที่พลเมืองใช้จ่ายอย่างประหยัดมากขึ้น ลดการฟุ่มเฟือยลงโดยลดการใช้น้ำมันลง

-เตือนสมาชิกTAPMAรับมือด้านนายประสาทศิลป์ อ่อนอรรถ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยหรือ TAPMA กล่าวว่า ขณะนี้สมาคมได้เตือนสมาชิกที่มีจำนวน 580 รายให้ตั้งรับโดยการลดต้นทุน และให้เตรียมใจว่าปี 2552 อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนทั้งระบบจะลดชั่วโมงการทำงานลงโดยเฉพาะลดการทำงานล่วงเวลา หรืองดทำโอที ซึ่งตามปกติอุตสาหกรรมนี้จะมีการทำงานล่วงเวลาประมาณ 40 ชั่วโมง/เดือน ถ้ารวมเวลาปกติด้วยแล้วจะมีชั่วโมงทำงานทั้งสิ้น 200 ชั่วโมง/เดือน ดังนั้นถ้าตลาดรถยนต์หายไปประมาณ 20% ก็เชื่อว่าการทำงานล่วงเวลาในระบบจะหายไป หรือบางบริษัทอาจจะลดชั่วโมงการทำงานลง ส่วนบริษัทที่เคยจ่ายโบนัสแบบอู้ฟู่ก็จะมีการลดจำนวนเดือนลงสำหรับสมาชิกของTAPMA จำนวน 580 รายปัจจุบันจะเป็นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ประมาณ 10 % รายขนาดกลางประมาณ 20% และเป็นกลุ่มผู้ผลิตรายเล็ก 70% มีมูลค่ายอดขายต่อปีทั้งในประเทศและส่งออกเมื่อปี 2550 เกือบ 400,000 ล้านบาท/ปี โดยอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนจะมีมูลค่าการส่งออกมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และมีการคาดการณ์กันว่าในปี 2553 จะแซงหน้าเป็นอันดับ 1 หากอุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ อนึ่งเมื่อปี 2538 ประเทศไทยมีการผลิตยานยนต์ทั้งสิ้น 680,000 คัน ต่อมาปี 2540-2541 กำลังผลิตเริ่มลดลงเพราะไทยเผชิญวิกฤติต้มยำกุ้งทำให้เหลือกำลังผลิตจริงรวมทั้งสิ้น

1 ความคิดเห็น:

Mike กล่าวว่า...

install this or another translator

http://translate.google.it/translate_tools?hl=it

and let me know, I would like to read your diary.